คำถามที่พบบ่อย

 

พบคำตอบมากมายเกี่ยวกับข้าวกาบา ได้ที่นี่..

Q: ข้าวกล้องงอกคืออะไร? และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

A: ข้าวกล้องงอก คือ ข้าวเปลือก หรือ ข้าวกล้องสด ที่นำผ่านกระบวนการทำให้จมูกข้าวงอกออกมา นำมาอบให้แห้ง และผ่านกรรมวิธีที่เหมาะสมต่อการบริโภค

ประโยชน์ที่ได้จากข้าวกล้องงอก แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือประโยชน์จากสารกาบา (GABA) ที่มาจากจมูกข้าวที่งอก มีประโยชน์โดยตรงต่อระบบประสาท ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ จมูกข้าวยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า แกมมา-ออริซานอล (Gamma Oryzanol) ช่วยในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง และช่วยป้องกันริ้วรอยที่เกิดจากวัย

ประโยชน์ส่วนที่สองมาจากผิวข้าว (Rice Bran) หรือที่เรียกว่า รำข้าว บริเวณผิวข้าวประกอบไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ เช่น แมกนีเซียม แมงกานีส ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1, บี 3, บี 6, บี 12 วิตามินอี และยังมีปริมาณไฟเบอร์สูงอีกด้วย

Q: ข้าวฮางคือข้าวอะไร? และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

A: ข้าวฮางเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านของทางภาคอีสาน เป็นกระบวนการเก็บรักษาข้าวสาร ให้มีอายุและคุณค่าทางอาหารที่ยาวนานกว่าข้าวสารทั่วไป โดยนำข้าวเปลือกมานึ่งให้สุก และนำมาตากแห้ง กะเทาะเปลือกออก สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เกิดเชื้อรา หรือ อัลฟลาท็อกซิน (Alflatoxin) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับข้าวกล้องธรรมดาที่เก็บไว้นานเกินกว่ากำหนด

ข้าวฮาง ก็คือ ข้าวกล้องที่สุกแล้ว นั่นเอง มีวิตามินเหมือนกับข้าวกล้องธรรมดาทั่วไป แต่สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น

Q: กระบวนการผลิต ข้าวกล้อง ข้าวฮาง และ ข้าวกล้องงอกนูริซ แตกต่างกันอย่างไร?

A:

ข้าวกล้อง

ข้าวฮาง

ข้าวกล้องงอกนูริซ

นำข้าวเปลือกมาผ่านกระบวนการกะเทาะเปลือก และนำมาขัดสี 1 รอบ

ระยะเวลาในการผลิตน้อยกว่า 1 วัน

นำข้าวเปลือกมาแช่น้ำ 1 คืน แล้วนำมาอบ หลังจากนั้นจึงนำตากแดดจนแห้ง นั้นจึงนำมาผ่านกระบวนการผลิตโดยปกติ

ระยะเวลาในการผลิต 2-3 วัน

1. นำข้าวเปลือกมาเพาะให้งอก โดยควบคุมอุณหภูมิของน้ำ

2. นำข้าวเปลือกที่งอกแล้วไปนึ่งด้วยเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า “stabilize” เพื่อให้สารอาหารทั้งหมดดูดซึมเข้ากลับเข้าไปอยู่ในเมล็ดข้าว

3. นำไปอบให้แห้ง และนำมาพักไว้

4. กะเทาะเปลือกออก

5. คัดเมล็ดข้าวที่เสียออก

ระยะเวลาในการผลิต 7-10 วัน

Q: สารกาบา (GABA) คืออะไร?

A: สาร “GABA” มาจากคำว่า “Gamma Amino Butyric Acid” (กรดแกมมา-อะมิโน-บิวไทริก-แอซิด) เป็นสารที่เกิดขึ้นในขณะที่จมูกข้าวกำลังงอก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท เช่น โรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน

Q: ร่างกายต้องการสารกาบาปริมาณเท่าไรต่อวัน?

A: ปริมาณที่แนะนำต่อวันสำหรับคนทั่วไปอยู่ที่ 50-100mg ต่อวัน สำหรับคนป่วยที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท โรควิตกกังวล ปริมาณที่แนะนำอยู่ที่ 150-250mg ต่อวัน

Q: ถ้าบริโภคสารกาบามากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่?

A: การบริโภคสารกาบาที่มากกว่า 500mg ต่อวันอาจก่อให้เกิดโรควิตกกังวล อาการชาที่บริเวณริมฝีปาก และอาการคลื่นไส้อาเจียน

Q: ถ้าเป็นโรคเก๊า สามารถบริโภคข้าวกล้องงอกได้หรือไม่?

A: จากข้อมูลวิจัยไม่พบสารยูริคที่เป็นสาเหตุของโรคเก๊าในส่วนของจมูกข้าวที่งอก ผู้ที่เป็นโรคเก๊าจึงสามารถรับประทานข้าวกล้องงอกได้ตามปกติ

Q: ข้าวกล้องงอกนูริซ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกในท้องตลาดอย่างไร?

A: ข้าวกล้องงอกนูริซ ผลิตจากข้าวเปลือกหอมมะลิแท้ 100% และผลิตจากนาข้าวที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี จึงไม่มีสารพิษตกค้าง และยังมีการควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานสากล GMP/HACCP เพื่อให้มาได้ซึ่งปริมาณสารกาบาสูงสุด และมีปริมาณสารอาหารที่พิสูจน์ได้จาก Central Lab

ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องอื่นๆ อาจนำมาจากกลุ่มสหกรณ์ที่ผลิตเองที่บ้าน หรือผลิตจากข้าวกล้องธรรมดาที่ไม่ใช่ข้าวเปลือก ซึ่งมีการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการจากการกะเทาะเปลือกไปแล้วส่วนหนึ่ง และอาจก่อให้เกิดเชื้อราหรือสารอัลฟลาท็อกซินได้

Q: ทำไมผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกอื่นๆในท้องตลาดจึงมีราคาที่หลากหลาย และบางผลิตภัณฑ์มีราคาถูกกว่าข้าวกล้องงอกนูริซมาก?

A: ข้าวกล้องงอกนูริซ ผลิตจากข้าวเปลือกอินทรีย์ ซึ่งมีกรรมวิธีการเพาะปลูกที่ซับซ้อน ทำให้มีราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป และนูริซได้รับซื้อข้าวเปลือกอินทรีย์จากเกษตรกรกลุ่มนี้ในราคาที่สูง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องถิ่นหันมาทำนาอินทรีย์มากขึ้น นอกจากนี้กระบวนการผลิตข้าวนูริซ ได้ใช้เทคนิคพิเศษในการผลิต ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดปริมาณสารกาบาสูงสุด และสามารถคงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของข้าวกล้องได้อย่างครบถ้วน

กระบวนการผลิตของข้าวกล้องงอกนูริซได้มีการจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา

Q: สารอาหารที่อยู่ในข้าวกล้องงอกนูริซประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?

A: ผลการตรวจสารอาหารของข้าวกล้องงอก NURIZ

Nutrition Facts

Serving Size 50g

Amount Per Serving

Calories 180 Calories from Fat 15

Daily Value*

Total Fat 1.5g

2%

Saturated Fat 0.5g

2%

Trans Fat

Cholesterol 0mg

0%

Sodium 0mg

0%

Total Carbohydrate 38g

13%

Dietary Fiber 3g

12%

Sugars 0g

Protein 3g

Vitamin A 0%

• Vitamin B1 8%

Calcium 0%

Iron 8%

*Percent Daily Values are based on a 2,000 calorie diet. Your daily values may be higher or lower depending on your calorie needs.

หมายเหตุ: ผลตรวจข้าวกล้องงอก NURIZ โดย CENTRAL LAB (THAILAND)

OTHER NUTRITION

UNIT

Gamma Amino Butyric Acid (GABA)

71.01 mg/kg

Gamma Oryzanol

304.24 mg/kg

Magnesium (Mg)

1,094.07 mg/kg

Manganese (Mn)

30.78 mg/kg

Zinc (Zn)

26.57 mg/kg

Vitamin B3 (Niacin/Niacinamine)

2.40 mg/100g

Vitamin B6 (Pyridoxine)

0.01 mg/100g

Vitamin E (Alpha-Tocopherol)

0.07 mg/100g

Chlorophyll

6.82 mg/100g

หมายเหตุ: ผลตรวจข้าวกล้องงอก NURIZ โดย CENTRAL LAB (THAILAND)

Q: อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการนำข้าวกล้องมาเพาะให้งอกและการนำข้าวเปลือกมาเพาะให้งอก?

A1: นำข้าวกล้องมาเพาะให้งอก

ข้อดี

สะดวก สามารถซื้อข้าวกล้องได้โดยทั่วไป

ข้อเสีย

จมูกข้าว และสารอาหารที่อยู่บริเวณผิวข้าวได้หลุดออกไปพร้อมกับการกะเทาะเปลือกไปแล้วส่วนหนึ่ง

ข้าวกล้องที่นำมาผลิตมีโอกาสเกิดสารอัลฟลาท็อกซิน เนื่องจากเก็บไว้นานเกินกว่ากำหนด (ข้าวกล้องธรรมดาไม่ควรเก็บเกิน 15 วัน)

สารอาหารหลุดออกไปกับน้ำอีกครั้ง เมื่อนำข้าวกล้องมาแช่น้ำ เพื่อทำการเพาะให้งอก

A2: นำข้าวเปลือกมาเพาะให้งอก

ข้อดี

ไม่เป็นเชื้อรา

สารอาหารยังคงอยู่ครบถ้วน

ข้อเสีย

กระบวนการผลิตซับซ้อนขึ้น

ใช้ระยะเวลานานในการผลิต

Q: ข้าวนูริซ สามารถหุงกับข้าวสารทั่วไปได้หรือไม่? เพราะเหตุใด?

A: โดยปกติการหุงข้าวกล้องงอก จะต้องใช้น้ำในการหุงมากกว่าข้าวสารทั่วไป และจะใช้เวลาหุงนานกว่าข้าวสารปกติ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรหุงข้าวกล้องงอกรวมกับข้าวสารธรรมดา เพราะจะทำให้ข้าวกล้องงอกไม่สุก แต่ถ้าต้องการผสมข้าวสารทั่วไปด้วย แนะนำให้แยกหุงระหว่างข้าวสารทั่วไป กับ ข้าวกล้องงอก เมื่อสุกแล้วจึงนำมาผสมกันเพื่อรับประทาน